นิทรรศการสมุนไพร ในพระไตรปิฎก งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๔

สมุนไพร ในพระไตรปิฎก

สมัยพระพุทธเจ้าไม่มี“พระไตรปิฎก” มีแต่คำว่า “ธรรมวินัย” ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า 
“ธรรมและวินัยที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่ท่านทั้งหลาย
ธรรมและวินัยนั้นจะเป็นศาสดาของท่านทั้งหลาย เมื่อเราล่วงลับไป”

 

          พระไตรปิฎก เกิดขึ้นหลังการทำสังคายนา แปลได้ว่า ๓ คัมภีร์ (“พระ” คำแสดงความเคารพ,“ไตร” แปลว่า ๓, “ปิฎก” แปลว่าคัมภีร์) พระไตรปิฎกจึงหมายถึงการรวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไว้เป็นหมวด หมู่ ซึ่งมีอยู่ ๓ คัมภีร์ ได้แก่ (๑) วินัยปิฎก ว่าด้วยวินัยหรือศีลของภิกษุ ภิกษุณี  (๒) สุตตันตปิฎก ว่าด้วยพระธรรม เทศนาทั่วๆ ไป  (๓) อภิธัมมปิฎก ว่าด้วยธรรมะล้วนๆ หรือธรรมะที่สำคัญ.

          พระไตรปิฎกเป็นเรื่องของธรรมะ แต่พบว่ามีการบันทึกเรื่องราวอื่นๆ ไว้ เช่น การดูแลสุขภาพ การแพทย์ และสมุนไพร ฯลฯ ดังเช่น พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๔๖ มูลาทิเภสัชชกถา ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องยามีรากไม้ สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นไข้ ต้องการรากไม้ที่เป็นยา ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า 

          “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตรากไม้ที่เป็นยา คือ ขมิ้น ขิงสด ว่านน้ำ ว่านเปราะ อุตพิต ข่า แฝก แห้วหมู หรือรากไม้ที่เป็นยาชนิด อื่นที่มีอยู่ ซึ่งไม่ใช่ของเคี้ยวของฉัน รับประเคนแล้วเก็บไว้ได้จนตลอดชีพ เมื่อมีเหตุจำเป็น ภิกษุจึงฉันได้ เมื่อไม่มีเหตุจำเป็น ภิกษุฉัน ต้องอาบัติทุกกฎ”

          ทางมูลนิธิสุขภาพไทยจึงสนใจศึกษาว่าในพระไตรปิฎกกล่าวถึงพืชหรือสมุนไพรไว้อย่างไรบ้าง โดยได้รับความเอื้อเฟื้อจาก ดร.อุษา กลิ่นหอม ทำการศึกษาพระไตรปิฎกภาษาไทยพบว่าพืชในพระไตรปิฎกสามารถจัดกลุ่มตามการใช้ประโยชน์ได้ ๖ กลุ่ม คือ

         
๑.กลุ่มเครื่องใช้  อาทิ บาตรไม้ ไม้ชำระฟัน ผ้าเปลือกไม้ เขียงเท้า(รองเท้า) ที่รองนั่ง ซึ่งพันธุ์ไม้ที่ใช้ ได้แก่ ต้นจัน ปอสา ขนุนสำปะลอ ต้นสัก ไม้จันทน์ ใบไผ่ หญ้าแฝก คนทา สะเดา ข่อย เป็นต้น
         
๒.กลุ่มยารักษาโรค  เช่น แห้วหมู พิลังกาสา ดีปลี พริกไทย สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม สะเดา กะเพรา บอระเพ็ด ส้มกุ้ง บัว ขมิ้น กล้วย อินทผลัม เป็นต้น
         
๓.กลุ่มอาหาร  เช่น ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวสาลี ข้าวละมาน หญ้ากับแก้ ลูกเดือย ข้าวฟ่าง ถั่วเขียว งา เป็นต้น
         
๔.กลุ่มสิ่งแวดล้อม  ได้แก่ จันทน์ หญ้าฝรั่น กฤษณา แฝกหอม กำยาน มะลิ เป็นต้น
         
๕.กลุ่มการเปรียบเปรย/เปรียบเทียบ  ได้แก่ ขมิ้น ซึ่งมีคำเปรียบเปรยว่า รักง่ายหน่ายเร็วดุจผ้าที่ย้อมด้วยขมิ้น
         
๖.กลุ่มการละเล่น  อาทิ เล่นสะกา เล่นเป่าใบไม้ เล่นไม้หึ่ง แต่ในพระไตรปิฎกไม่ปรากฏชนิดของพันธุ์ไม้ว่าใช้ต้นไม้ชนิดใดในการละเล่นเหล่านี้ 

          ในการศึกษาครั้งนี้ยังพบว่ามีพืชไม่น้อยกว่า ๓๓๕ ชนิด สามารถจัดจำแนกเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ได้ ๓๑๓ ชนิด ในขณะเดียวกันได้ศึกษาเอกสารจากอินเดียปรากฏชื่อพันธุ์ไม้ถึง ๔๓๕ รายการ โดยสามารถจำแนกชื่อวิทยาศาสตร์ได้จำนวน ๒๗๘ ชนิด 

          ตัวอย่างสมุนไพรที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎก ที่ควรส่งเสริมให้ปลูกเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ เช่น พิลังกาสา สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม มะเดื่ออุทุมพร สะเดา กำยาน มะตูม ดีปลี พริกไทย บอระเพ็ด กระทิง กฤษณา จันทร์หอม กุ่มบก กระโดน ยี่หร่า กะวาน  งิ้วบ้าน(นุ่น) ขนุนสำปะลอ สาเก จิกน้ำ ทองหลาง สารภี บุนนาค ขิง ขิงน้อย จัน(จันโอ) จันทน์แดง ขมิ้นชัน ข่า บัวหลวง บัวสาย คนทา(โกทา) ทองหลาง 
เปราะหอม ว่านน้ำ มะลิ 


ตารางเปรียบเทียบ การแบ่งกลุ่มพืชในพระไตรปิฎก ที่แตกต่างจากวิชาการจำแนกพืชในปัจจุบัน

ลำดับกลุ่มพืช : เอกสารภาษาไทยกลุ่มพืช : เอกสารของอินเดีย
๑.พืชพันธุ์เกิดจากเหง้า ได้แก่ ขมิ้น ขิง ว่านน้ำ ว่านเปราะ อุตพิด ข่า แฝก แห้วหมู หรือพืชพันธุ์อย่างอื่นซึ่งเกิดที่เหง้า พืชพันธุ์เกิดจากราก ได้แก่ ขมิ้น ขิง ว่านน้ำ๑ ว่านน้ำ๒ โหรา (เอกสารเดิมแปลว่ากระเทียม) โกฐก้านพร้าว หญ้าแฝก แห้วหมู 
๒.พืชพันธุ์เกิดจากลำต้น ได้แก่ ต้นโพ ต้นไทร ต้นดีปลี ต้นมะเดื่อ ต้นเต่าร้าง ต้นมะขวิด หรือพืชพันธุ์อย่างอื่นซึ่งเกิดที่ลำต้น 

พืชพันธุ์เกิดจากลำต้น ได้แก่ โพ  นิโครธ  ผักเลือด  และ มะขวิด
 

๓.พืชพันธุ์เกิดจากตา ได้แก่ อ้อย ไม้ไผ่ ไม้อ้อ หรือพืชพันธุ์อย่างอื่นซึ่งเกิดที่ตา พืชพันธุ์เกิดจากตา ได้แก่ อ้อย  ไผ่ป่า หญ้าแขม
 
๔.พืชพันธุ์เกิดจากยอด ได้แก่ ผักบุ้งล้อม แมงลัก เถาหญ้านาง หรือพืชพันธุ์อย่างอื่นซึ่งเกิดที่ยอด 
 
พืชที่เกิดจากชิ้นส่วนของพืช (Cutting)
ใบยี่หร่าหรือกะเพราควายหรือโหระพาช้าง 
มาร์จอแรม หญ้ายุงหรือขี้อ้น
๕.พืชพันธุ์เกิดจากเมล็ด ได้แก่ ข้าว ถั่ว งา หรือพืชพันธุ์อย่างอื่นซึ่งเกิดที่เมล็ด เอกสารของอินเดียไม่ปรากฏข้อมูลนี้
 

    เอกสารอ้างอิง :
    ๑. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ( www.geocities.ws/tmchote/tpd-mcu )
    ๒. พระไตรปิฎก ฉบับ 84000 พระธรรมขันธ์ ( www.84000.org )
    ๓. เอกสารจากอินเดียชื่อว่า A Critical Appraisal of Ayurvedic Material in Buddhist Literature (การประเมินสมุนไพรของอายุรเวทในพระไตรปิฎก, 1985 หรือ 2528)

 

ชุดนิทรรศการ สมุนไพร ในพระไตรปิฎก
งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๔

ติดต่อ มูลนิธิสุขภาพไทย
โทร./แฟกซ์  ๐-๒๕๘๙-๔๒๔๓
e-mail : thaihof@yahoo.com
เว็บไซต์ www.thaihof.org
ทุกท่านสามารถเป็นเพื่อนเพื่อติดตามข่าวสารได้ที่ facebook : มูลนิธิสุขภาพไทย