ต้นงิ้ว เมนูอร่อยและสมุนไพรที่ไม่ควรมองข้าม

ถ้านับเอาเทศกาลลอยกระทงก็ต้องได้สัมผัสลมหนาวแล้ว แต่ปีนี้ฟ้าฝนพายุกระหน่ำทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนไป แต่ถึงอย่างไรปลายปีเข้าลมหนาวภาคเหนือและยอดภูของอีสานก็เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่คนต้องการไปรับลมหนาวเช่นเคย เมื่อเยือนถิ่นเหนืออาหารชนิดหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์และไม่ควรพลาดก็ยกให้เมนู น้ำเงี้ยว เนื่องจากมีต้นงิ้วขึ้นเป็นจำนวนมากในภาคเหนือนั่นเอง

ในทางวิชาการ ต้นงิ้ว เป็นพืชที่อยู่ในสกุล Bombax ทั่วโลกรายงานว่าพบ 8 ชนิด กรมป่าไม้ให้ข้อมูลว่าพบในเมืองไทย 3 ชนิด แต่น่าแปลกใจที่ฐานข้อมูลของสวนพฤกษศาสตร์หลวง เมืองคิว ที่ประเทศอังกฤษรายงานว่ามี 4 ชนิด ได้แก่ 1) ชนิด Bombax anceps Pierre มีชื่อไทยว่างิ้วป่าหรืองิ้วดอกขาว 2) ชนิด Bombax ceiba L. มีชื่อไทยว่า งิ้วหรืองิ้วดอกแดง 3) ชนิด Bombax cambodiense Pierre งิ้วป่าดอกขาว และ4) ชนิด Bombax insigne Wall. มีชื่อไทยว่า งิ้วป่าดอกแดง

แต่ไม่ว่าจะเป็นต้นงิ้วชนิดใดก็มีลักษณะที่ลำต้นเหมือนกันเป็นปุ่มหนาม ที่ดูแล้วมีรูปร่างเหมือนเต้านมทั้งสิ้น ซึ่งถ้าใครเคยอ่านหรือฟังนิทานเรื่องเล่าแบบมุขปาฐะซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลายในท้องถิ่นอีสานชื่อ “ปาจิต-อรพิม” เนื้อเรื่องค้นหาอ่านได้ แต่ไฮไลท์ฉากหนึ่งเมื่อนางอรพิมปลอมเป็นชาย เรื่องเล่าว่าได้ฝากอวัยวะที่แสดงความเป็นหญิงของตนไว้กับต้นไม้ต่างๆ เช่น หน้าอกฝากไว้กับต้นงิ้วป่า ปุ่มหนามต้นงิ้วจึงเปรียบคล้ายเต้านมนั่นเอง นอกจากนี้งิ้วทั้ง 4 ชนิด ยังเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของคนไทย เช่น เชื่อว่าคนที่ผิดลูกผิดเมีย เมื่อตายแล้วต้องไปปีนต้นงิ้วในนรก เพื่อให้เกิดความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน

ต้นงิ้วทั้ง 4 ชนิดนั้น ดูเหมือนว่าที่ผูกพันกับชีวิตของคนไทยมากที่สุด คือ งิ้วป่าหรืองิ้วดอกขาว (Bombax anceps Pierre) และงิ้วหรืองิ้วดอกแดง (Bombax ceiba L.) จึงขอนำมากล่าวเพียง 2 ชนิด

งิ้วป่าหรืองิ้วดอกขาว (Bombax anceps Pierre) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ พบได้ทุกภาคของไทย มีชื่อท้องถิ่น เช่น เก๊ย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ไก๊ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) ง้าว ง้าวป่า นุ่นป่า (ภาคกลาง) งิ้วดอกขาว งิ้วป่าดอกขาว งิ้วผา(ภาคเหนือ) งิ้วป้า (ภาคใต้) คนอีสานกินลูกอ่อนหรือใช้ประกอบอาหาร มีรสฝาดปนหวาน ยาพื้นบ้านอีสานใช้เปลือกต้นผสมกับเปลือกต้นนุ่น (Ceiba pentandra (L.) Gaertn.) ต้มน้ำดื่ม แก้อาหารเป็นพิษ แก่นเข้ายารักษาแผลน้ำร้อนลวก แก้ปวด ในตำรายาไทย ใบมีรสเย็นใช้ตำพอกแก้ฟกช้ำ บดผสมน้ำใช้ทาแก้ทอลซิลอักเสบ เปลือกต้นรสฝาดเย็น แก้ท้องเสีย แก้บิด รากรสจืดเย็น ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ เป็นยากระตุ้นและยาบำรุง รากและเปลือก รสฝาดเย็น ทำให้อาเจียน ยางรสเย็น เมา กระตุ้นความต้องการทางเพศ ห้ามเลือดที่ตกภายใน ขับน้ำเหลืองเสียบำรุงกำลัง แก้ท้องเสีย แก้ระดูมามากกว่าปกติ ดอกแห้งรสหวานเย็น รักษาแผลน้ำร้อนลวก ไฟไหม้ แก้ปวด แก้คัน แก้พาไข้ ดอกและผล รสหวานฝาดเย็น แก้พิษงู

ต้นงิ้วหรืองิ้วดอกแดง (Bombax ceiba L.) เป็นไม้ยืนต้นชนาดใหญ่เช่นกัน มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Cotton tree หรือ Kapok tree มีชื่อท้องถิ่น เช่น งิ้ว งิ้วบ้าน (ทั่วไป) งิ้วแดง (กาญจนบุรี) งิ้วปง งิ้วปงแดง สะเน้มระกา (ชอง-จันทบุรี) ที่น่าสนใจว่าคนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงคนพื้นเมืองของออสเตรเลียนำเอาดอกอ่อนที่ยังไม่บานมาปรุงให้สุกกินเป็นอาหาร ในกัมพูชาใช้ใบอ่อนมาปรุงให้สุกกินเป็นผัก ในเมียนมาร์และทางภาคเหนือของไทยนำเอาส่วนที่เป็นเกสรมาประกอบอาหาร ส่วนของรากก็กินได้ทั้งดิบและปรุงให้สุก แต่ในรากจะมีแป้งและยางค่อนข้างสูง

ในส่วนของการใช้เป็นยาพื้นบ้านมีรายงานไว้เป็นจำนวนมาก เช่น ดอกมีฤทธิ์ฝาดสมานและเย็น ใช้รักษาปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง รากอ่อนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและบำรุงกำลัง ใช้รักษาโรคอหิวาตกโรค วัณโรคอักเสบ ไอ ปัสสาวะลำบาก ปวดท้องเนื่องจากโรคบิด และอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ยาง (Gum) มีฤทธิ์ฝาดสมาน แก้บวม และบำรุง ใช้รักษาโรคบิด ไอจากโรคปอด ไข้หวัดใหญ่ และภาวะที่มีประจำเดือนมามากผิดปกติ ใบมีฤทธิ์ลดความดันโลหิตและลดน้ำตาลในเลือด ต้นอ่อนนำมาต้มใช้รักษาแผลในเพดานปาก เมล็ดที่ได้จากผลที่สุกแล้วนำมาคั่วกินหรือนำมาหีบเอาน้ำมันใช้ประโยชน์ได้ด้วย

ต้นงิ้ว ผสมกับ สะแอะ (Capparis zeylanica L.) และ หนามพรม (Carissa spinarum L.) ใช้ลดอาการบวมน้ำ ต้นอ่อนของต้นงิ้วมีฤทธิ์ในการลดไข้ โดยผสมในตำรับเป็นยาบดร่วมกับใบต้นคูน (Cassia fistula L.) 2-3 ใบ และรักขน (Semecarpus anacardium L.f.) ต้นงิ้วผสมกับรกฟ้า (Terminalia elliptica Willd.) ใช้แก้อาการเกี่ยวกับปัสสาวะ ต้นงิ้วผสมกับลูกซัด (Trigonella foenum-graecum L.) เพื่อรักษาตาปลาที่เท้า และเปลือกต้นงิ้วมีความเชื่อในเรื่องชื่อเสียงว่าเป็นยาโป๊ด้วย

สำหรับสรรพคุณยาไทยของต้นงิ้วดอกแดง ใช้บำรุงโลหิต ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แก้บิด ไปจนถึงช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง โดยส่วนต่างๆ ของต้นงิ้วที่นำมาใช้เป็นยา ได้แก่ เปลือกต้น ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง ไตพิการ และบำรุงโลหิต ดอก ใช้ห้ามเลือด รักษาฝีหนอง และแก้บิดมูกเลือด ราก ใช้บำรุงกำลัง สมานแผล และรักษาโรคกระเพาะ ผลอ่อนใช้รักษาแผลเรื้อรังในไต และยางใช้ขับน้ำเหลืองเสีย การใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่น เปลือกด้านในใช้ทำเชือก ปุยจากผลใช้แทนนุ่นในหมอนหหรือที่นอน และนำมาใช้เป็นฉนวนดูดซับเสียง ในยุโรปนำเอาสารสกัดจากดอกมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเชิงพาณิชย์ที่เป็นสารเพิ่มความชื้นด้วย

ต้นงิ้วมีประโยชน์ทั้งอาหารและสมุนไพร มีความผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทย แต่ประชากรต้นงิ้วในไทยกำลังลดน้อยลง ที่มีอยู่ในธรรมชาติก็อย่าได้ตัดโค่นและเร่งปลูกเพิ่มกันให้มากขึ้น.

https://www.thefest.com/Images/acetoto888/ https://www.thefest.com/Images/acegaming888/ https://www.thefest.com/Images/plazaslot/
slot thailand