
การเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ หรือ การทูตระหว่างรัฐต่อรัฐ มีความสำคัญมาแต่อดีต ช่วยสร้างความเข้าใจ แสวงหาความร่วมมือในหลายด้านทั้งการค้า การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และอื่น ๆ อาหารการกินก็เป็นวัฒนธรรมที่มีการแลกเปลี่ยนและแสดงถึงสายสัมพันธ์อย่างดี ทั้งยังผสมเข้ากับการค้าขายด้วย ดั่งในอดีตมีการค้าเครื่องเทศ เกลือ ฯลฯ
ในเวลาหลายปีมานี้มีร้านอาหารที่มีเมนูหมาล่าเป็นเครื่องปรุงอยู่มากมาย หม่าล่า จัดเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง ในทางวิชาการอยู่ในวงศ์ส้ม (Rutaceae) คำว่า หมาล่า มาจากคำ 2 คำ ตามสำเนียงภาษาจีน คือ “หม่า” แปลว่า ชา ส่วนคำว่า “ล่า” แปลว่า เผ็ดฉุน ในชื่อเรียกในภาษาไทย คือ “พริกเสฉวน” ถ้านับตามสกุลพืช หมาล่า อยู่ในสกุล Zanthoxylum ซึ่งเป็นสกุลเดียวกับ มะแข่วน ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนทางภาคเหนือจะมีตำรับอาหารปรุงด้วยมะแข่วนหลายตำรับ คนในภาคอีสานก็มีเมนูจากมะแข่วนเช่นกัน โดยกินทั้งเปลือกหุ้มเม็ดและยอดอ่อนกินเป็นผัก ในอดีตทั้งคนอีสานตอนกลางและตอนเหนือจะต้องมีผลมะแข่วนติดครัวเอาไว้เป็นเครื่องปรุงรสประจำบ้าน แต่ในปัจจุบันประชากรของมะแข่วนลดลงอย่างมาก พบบางพื้นที่และพบการรักษาพันธุ์ในกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น กะเหรี่ยง ผู้ไท เป็นต้น
หากจำแนกทางพฤกษศาสตร์ ก็อ้างอิงฐานข้อมูลระดับโลกของสวนพฤกษศาสตร์หลวง เมืองคิว ประเทศอังกฤษ รายงานสกุลมะแข่วน (Zanthoxylum) มีมากถึง 235 ชนิด ในประเทศไทยพบพืชในสกุลนี้เพียง 5 ชนิด ได้แก่ 1) หมักก้ากดอยสุเทพ (Zanthoxylum acanthopodium DC.) เป็นไม้พุ่ม พบมากภาคเหนือ 2) หมักก้าก (Zanthoxylum armatum DC.) เป็นไม้พุ่ม พบมากทางภาคเหนือ 3) Zanthoxylum dimorphophyllum Hemsl. ชนิดนี้ยังไม่ได้มีการตั้งชื่อไทย เป็นไม้พุ่ม ผลัดใบ สูงได้ถึง 10 เมตร ผลของมันมีสีแดงอมม่วง มีการค้นพบสารเคอร์มูรินส์ที่ใช้เป็นยารักษาไขข้ออักเสบด้วย 4) กำจัดหน่วย (Zanthoxylum nitidum (Roxb.) DC.) เป็นไม้เถา พบได้ในทุกภาคของประเทศไทย มีชื่อท้องถิ่น เช่น ผักมาด (สกลนคร) งูเห่า (อุดรธานี) พริกพราน (ภาคตะวันออก) และ 5) มะแข่วน (Zanthoxylum myriacanthum Wall. ex Hook.f.)
แต่ก็มีอีก 1 ชนิด เรียก มะข่วง (Zanthoxylum rhetsa (Roxb.) DC.) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ในฐานข้อมูลของสวนพฤกษศาสตร์หลวง เมืองคิว รายงานว่าไม่พบในประเทศไทย แต่พบการกระจายอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด แต่การศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พบว่า ในเขตภาคเหนือตอนบนพบทั้ง มะแข่วน และมะข่วง ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีการแพร่พันธุ์หรือมีคนนำพันธุ์เข้ามาปลูก และในปัจจุบันยังพบมะแข่วนไต้หวัน (Zanthoxylum wutaiense I.S.Chen) ที่นำเข้ามาปลูกในเมืองไทยเพื่อผลิตเป็นการค้า
ในประเทศจีน มีการค้นพบทางโบราณคดีพบว่ามีการใช้หมาล่าหรือพริกเสฉวนมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉิน (221 – 206 ก่อนคริสต์ศักราช) ในอดีตพริกเสฉวนใช้เป็นยาสมุนไพร ได้รับการยกย่องว่าสามารถช่วยย่อยอาหาร กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ
ในปัจจุบัน หมาล่าหรือพริกเสฉวน มีการปลูกเป็นการค้า พันธุ์ที่นิยมปลูกเพื่อนำมาประกอบอาหาร และยังใช้เป็นยาสมุนไพรมี 3 ชนิด ได้แก่ 1) ชนิด Zanthoxylum bungeanum Maxim. มีชื่อสามัญเรียกว่า Chinese prickly ash ในภาษาจีน เรียกว่า “ฮวาเจียว” เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 3-7 เมตร ผลสุกมีสีแดงอมม่วง มีกลิ่นฉุนแรง รสเผ็ดร้อนมาก 2) ชนิด Zanthoxylum schinifolium Siebold & Zucc. มีชื่อสามัญเรียกว่า Mastic-leaf prickly ash ในภาษาจีนเรียกว่า ชิงฮวาเจียว (Qīng huā jiāo) ซึ่งหมายถึง พริกเสฉวนสีเขียว เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1-2 เมตร ผลสุกสีน้ำตาลอมแดง แต่เมื่อแห้งจะมีสีเขียวเข้มจนถึงดำอมน้ำตาล กลิ่นไม่ฉุนมาก แต่ทำให้อาการชามาก เป็นสายพันธุ์ที่นิยมใช้กันมาก และ 3) ชนิด Zanthoxylum armatum DC. มีชื่อสามัญว่า Winged prickly ash ในภาษาจีน เรียกว่า “หม่า
เจียว” พบได้ทั้งที่เป็นไม้พุ่ม ไม้รอเลื้อยและไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 5 เมตร เป็นไม้ผลัดใบ ผลสุกมีสีแดงซีด มีกลิ่นค่อนข้างหอม ไม่ฉุน แต่ทำให้เกิดอาการชาลิ้นอย่างสะใจหรือสายลิ้นเหล็กชอบมากกว่า ฮวาเจียว หม่าล่าชนิดนี้ในประเทศอินเดียนิยมนำผลมาทำเป็นยาสีฟัน รักษาอาการปวดฟัน มีฤทธิ์เป็นยาฝาดสมาน และสายพันธุ์นี้ก็พบในประเทศไทยเช่นกัน
ยังมีพริกเสฉวนอีกชนิดหนึ่ง ชนิด Zanthoxylum simulans Hance มีชื่อสามัญว่า ที่ Chinese-pepper, Chinese prickly-ash หรือ flatspine prickly-ash มีการใช้เป็นอาหารและยา แต่ไม่นิยมนำมาปลูก มีถิ่นกำเนิดในจีน ไต้หวันและเกาหลี เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูงได้ประมาณ 7 เมตร ผลสุกมีเปลือกสีน้ำตาลอมแดง กินแล้วมีอาการชา
ในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี ก็ไม่แพ้ใครมีหม่าล่าอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก คือ ชนิด Zanthoxylum piperitum (L.) DC. เป็นไม้พุ่ม ในญี่ปุ่นเรียกว่า “ต้นซานโช” (Sansho) ในเกาหลี เรียกว่า “โชปิ” นิยมใช้โรยบนปลาไหลย่างคาบายากิ และหม่าล่าชนิดนี้ยังเป็นส่วนผสมอย่างหนึ่งใน พริกป่นเจ็ดรส ที่โรยโซบะ โรยพวกซุปปลาที่มีกลิ่นคาว เช่น ซุปปลาหมูโดโจปั่น ฉือโอทัง (추어탕) โดยเอา พริกญี่ปุ่นหรือโชพีผสมกับพริกไทย โรย หรือจิ้ม อาหารซึ่งเป็นเครื่องปรุงรสเผ็ดโบราณที่ใช้กันทั่วไป ต่อมาเมื่อมีการนำเข้าพริกแดงจึงหันมาใช้พริกแดงแทนในบางครั้ง
หม่าล่าหรือมะแข่วน เป็นเครื่องเทศที่มีความต้องการทางการค้า และยังใช้เป็นยาสมุนไพรได้แม้ว่ามีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติต่างกันไป แต่ถ้าเราช่วยกันลงทุนด้านพืชพันธุ์และอาหาร ร่วมกันพัฒนาสายพันธุ์ทั้งของไทยหรือที่รับเอาพันธุ์เพื่อนบ้านมาต่อยอด ต่อไปพันธุ์ที่ปลูกในไทยจะมีศักยภาพพอส่งออกได้ ลดการนำเข้าจากจีน แม้ว่าหม่าล่าจีนจะเผ็ดซ่าชาสุด ๆ แต่เราก็มีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสารเคมีการเกษตรเพราะปลูกเป็นการค้าในปริมาณมากเหลือเกิน
เมืองไทยเราปลูกหม่าล่าหรือมะแขว่นด้วยเกษตรอินทรีย์ได้แน่นอน.



