กำลังช้างเผือก

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ให้คึกคักซู่ซ่าส์กับชื่อสมุนไพรให้ท่านสร้างจินตนาการสักเล็กน้อย ในชื่อ “กำลังช้างเผือก”

รู้จักต้นก่อนรู้จักสรรพคุณ กำลังช้างเผือกนี้เป็นพืชอยู่ในสกุล Hiptage รายงานทั่วโลกพบรวม 48 ชนิด ในประเทศไทยรายงานว่าพบอยู่ถึง 11 ชนิด ในจำนวนนี้มี ชนิดที่เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย (ไม่พบในประเทศอื่น) ได้แก่

1) โนรีเกาะหิน (Hiptage bullata Craib) 2) โนรีปราน (Hiptage calcicola Sirirugsa) 3) โนรีแม่กก (Hiptage condita Craib) พบเฉพาะในประเทศไทย 4) โนรีปันหยี (Hiptage detergens Craib) 5) โนรีแก่งสร้อย (Hiptage glabrifolia Craib) 6) โนรีน้ำพรม (Hiptage gracilis Sirirugsa) 7) โนรีเกาะช้าง (Hiptage monopteryx Sirirugsa

และอีก 4 ชนิด พบในไทยและที่อื่น ๆ 8) โนรา (Hiptage benghalensis (L.) Kurz) 9) กำลังช้างเผือก (Hiptage candicans Hook.f.) 10) โนรี (Hiptage lucida Pierre) พบในไทยและเวียดนาม 11) เครือกล้วยน้อย (Hiptage triacantha Pierre) พบในไทย กัมพูชาและเวียดนนาม

พืชที่พบเฉพาะถิ่นในไทยนี้ยังมีการศึกษาด้านสมุนไพรน้อย บางชนิดไม่มีรายงานการใช้ประโยชน์เลย ชนิดที่พบกระจายทั่วประเทศไทยและมีการนำมาใช้เป็นยาจำนวนมากคือ โนรา หรือภาษาหมอยาเรียกว่า “กำลังช้างเผือก” มีถิ่นกำเนิดกระจายอยู่ทางตะวันออกของอินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ ไต้หวัน เมียนมาร์ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ในประเทศไทยพบทุกภาค ตามป่าผลัดใบ ป่าดิบเขาและป่าชายหาด ตั้งแต่ระดับใกล้น้ำทะเลจนถึง 2,000 เมตร โนราหรือกำลังช้างเผือกชนิดนี้ เป็นไม้กึ่งพุ่มหรือไม้เถาขนาดใหญ่ เนื้อแข็ง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีแกมขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกสีขาวมีแต้มสีเหลืองที่ด้านใน กลิ่นหอมจางๆ ออกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบรองดอก 5 กลีบ มีกลีบหนึ่งจะมีต่อมนูน กลีบดอก 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน กลีบข้างจะพับกลับ เกสรผู้ 10 อัน มี 1 อัน ยาวเป็นพิเศษ ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ผลเป็นผลแห้ง สีแดง มี 3 ปีก เมื่อแก่ไม่แตก

โนราหรือกำลังช้างเผือกเป็นพืชที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในเขตร้อนชื้น เนื่องจากดอกมีกลิ่นหอมและสวยงาม สามารถตัดแต่งให้เป็นต้นไม้หรือพุ่มไม้ขนาดเล็กก็ได้ ตัดแต่งให้เป็นไม้เลื้อยก็ได้ จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันแพร่หลายมาก

ในด้านสมุนไพร ภูมิปัญญาดั้งเดิม แก่นและดอก ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ดอกใช้เป็นยาเย็นโดยนำไปแช่ในน้ำดื่ม เปลือกตำพอกรักษาแผลสด ใบแก้โรคผิวหนัง การแพทย์แบบอายุรเวทใช้ใบและเปลือกมีรสเผ็ด ขม มีฤทธิ์ฆ่าแมลง มีฤทธิ์ต่อผิวหนัง และมีประโยชน์ในการรักษาอาการน้ำดี ไอ แสบร้อน กระหายน้ำ อาการอักเสบ และใช้เป็นยาภายนอกรักษาโรคผิวหนังและโรคเรื้อนด้วย

ใบ ใช้เป็นยาพอกทาภายนอกเพื่อรักษาโรคผิวหนังต่างๆ เช่น หิด อาการคัน แผลเปื่อยเน่า และโรคเรื้อน พืชชนิดนี้มีสรรพคุณในการสมานแผล และมีงานวิจัยยืนยันประสิทธิภาพในการสมานแผลและรักษาโรคผิวหนังต่างๆ เปลือกต้นและใบใช้รักษาอาการไอ หอบหืด และหายใจลำบากมาแต่โบราณ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าสารสกัดมีฤทธิ์ต้านโรคหอบหืดและภูมิแพ้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสนับสนุนการใช้แบบดั้งเดิม เปลือกต้นนำมาใช้ในยาแผนโบราณเพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และอาการอักเสบทั่วไป และบรรเทาอาการปวดที่โดดเด่นอีกด้วย แก่นใช้รักษาอาการผิดปกติของระบบย่อยอาหาร อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และกำจัดพยาธิ เมล็ดสามารถรับประทานร่วมกับน้ำผึ้ง หรือรากผสมกับเนยข้น เพื่อช่วยควบคุมโรคอ้วนหรือลดไขมันหน้าท้อง

ในตำรับยาโบราณของอินเดีย ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ (Dey et al., 2011ตีพิมพ์ใน West Bengal. Int. J. Med. Arom. Plants, 2011, Vol. 1, No.3, 189-194.) นำแก่นนำมาบดผงใช้เป็นยาแก้ปวดในทารกที่มีไข้สูง ใช้เป็นยาต้มในหญิงหลังคลอดที่มีอาการเพลียและอ่อนแรง ใบใช้เป็นยารักษาโรคหอบหืดชั่วคราว และในตำรายาอินเดียโบราณที่เขียนขึ้นในศตวรรษที่ 16 ชื่อว่า ภวประกาศ (Bhaavaprakasha) กล่าวไว้ว่า เมล็ด (โนราหรือกำลังช้างเผือก) นำมาผสมกับน้ำผึ้งจะช่วยควบคุมการทำงานของช่องท้องโดยเฉพาะคนที่เป็นโรคอ้วน โดยมีตำรับที่ประกอบด้วยใบของต้นนิโครธ (Ficus benghalensis L.) ใบของโนราหรือกำลังช้างเผือก (Hiptage benghalensis (L.) Kurz) และใบต้นคนทีเขมา (Vitex negundo L.) ผสมกับเนยใส (Ghee) เพื่อรักษาภาวะเลือดออกภายใน ดอกใช้เป็นยาระบายความร้อนที่ดีกินพร้อมน้ำดื่ม

ความรู้ของอินเดียใช้รากผสมกับบัตเตอร์มิลค์ยังช่วยลดรอบเอวได้อีกด้วย และในคัมภีร์สุศรุตากล่าวถึงการใช้แก่นไม้นี้สำหรับใช้ภายนอกในผู้ป่วยโรคอ้วน โรคดีซ่าน ภาวะตกขาวและโรคผิวหนังเรื้อรัง น้ำมันจากเมล็ดยังใช้ภายนอกเพื่อบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และเพิ่มการหลั่งเมือกในร่างกาย (จากข้อมูล Khare, 2004 ในหนังสือ Indian Herbal Remedies: Rational Western Therapy, Ayurvedic, and Other Traditional usage, Botany edited by Springer – Verlag Berlin Heidelberge, New York, 2004, 249-250.)

สำหรับสมุนไพรที่ชื่อ กำลังช้างเผือก (Hiptage candicans Hook.f.) แต่เดิมจำแนกว่าเป็นชนิดเดียวกับโนรา แต่ในปัจจุบันในวงวิชาการจำแนกเป็นคนละชนิด เหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่ในอดีตมีการใช้ประโยชน์เหมือนกัน (และเป็นพืชในสกุลเดียวกัน) กำลังช้างเผือกมีเขตการกระจายเฉพาะอินเดีย เมียนมาร์ ยูนนาน(จีน) ในประเทศไทยก็มีรายงานพบเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสานเท่านั้น ภาคเหนือไทยเรียก “กำลังช้างเผือก” อีสานเรียก “สามโคย หรือ สามควาย ”

รับปีใหม่ ถ้าไม่ได้ใช้แก่นและดอกเป็นยาบำรุงกำลัง ก็แนะนำหามาปลูกชื่นชมดมกลิ่นหอมดอกงามสุขภาพจิตใจส่งเสริมให้สุขภาพกายดีตลอดปี.

https://www.thefest.com/Images/acetoto888/ https://www.thefest.com/Images/acegaming888/ https://www.thefest.com/Images/plazaslot/
slot thailand