ไหว้พระรับปีใหม่ สุขภาพดีกับสมุนไพรในวัด

ทริปไหว้พระ 9 วัด นับเป็นกิจกรรมตามความเชื่อในวัฒนธรรมไทยที่ใกล้ชิดในพระพุทธศาสนา พอช่วงขึ้นปีใหม่ 1 มกราคมหรือสงกรานต์ คนไทยก็นิยมทำบุญใส่บาตรและบางครั้งก็เพิ่มทัวร์ไหว้พระเพื่อเสริมสิริมงคล บวกกับความเชื่อในเลขมงคล 9 ให้ทุกสิ่งก้าวหน้ามีแต่สิ่งดีงามทั้งการงาน ครอบครัว ความรัก บางคนก็เจาะลึกลงไปว่ามาไหว้พระวัดนี้เด่นโชคลาภ วัดโน้นชนะอุปสรรคทั้งปวง วัดนี้เมตตามหานิยม เป็นต้น ในวาระปีใหม่ 2569 ตามปีนักษัตรมะเมียหรือม้า ขอชวนทุกท่านเดินทางไหว้พระตามวัดที่ศรัทธาแล้ว ขอชวนมองหาเรียนรู้จักต้นไม้หรือสมุนไพรที่นิยมปลูกไว้ในวัด ขอเลือกมา 9 ต้นให้เลขเป็นมงคลส่งเสริมให้เป็นสมุนไพรดูแลสุขภาพดี ๆ ตลอดปี

เริ่มจาก พิกุล (Mimusops elengi L.) เป็นต้นไม้ที่วัดเก่า ๆ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันแทบทุกวัด เป็นไม้ต้นขนาดกลาง เรือนยอดแน่นทึบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีรอยแตกระแหงตามแนวยาว ถือเป็นไม้หอม ดอกกระจุกตามง่ามใบและตามยอด เมื่อดอกบานมีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี และความโดดเด่นของดอกสดและดอกแห้ง คือ เป็นยาสมุนไพรบำรุงหัวใจ เป็นยาหอม โดยเฉพาะในตำรับยาเกสรทั้ง 5 (ดอกบัวหลวง พิกุล บุนนาค สารภี มะลิ) เหมาะกับสังคมสูงวัยของไทย เกสรทั้ง 5 ช่วยแก้ลมวิงเวียน บำรุงหัวใจ ชูกำลัง ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ร้อนในกระหายน้ำ และแก้ไข้ด้วย

ข่อย (Streblus asper Lour.) ใครที่เที่ยววัดแล้วเห็นต้นไม้ดัดสวย ๆ ทรงแปลก ๆ ให้รู้ไว้ว่า คือ ต้นข่อย เพราะกิ่งอ่อนแต่เหนียวดัดให้เข้ารูปทรงง่าย นอกจากสวยงามแล้วเป็นต้นไม้ที่ทนทานอายุยืนนาน ความเชื่อนี้ส่งมาถึงความนิยมปลูกข่อยในบ้านด้วย ให้ผู้อาศัยมีอายุยืนยาวมีความมั่นคง และความเชื่อโบราณเป็นต้นไม้คอยปัดเป่าขับไล่สิ่งไม่ดี ช่วยให้แคล้วคลาด ด้วยเหตุนี้หรือไม่ ไม่แน่ใจ วัดจำนวนไม่น้อยปลูกข่อยดัดสวยงาม อาจเพิ่มศรัทธาให้คนมาได้มีอายุยืนและช่วยขจัดสิ่งไม่ดี ในด้านสมุนไพร ตำรับยาโบราณ ใช้กิ่งสด 1 คืบ หั่นชิ้นเล็ก ๆ ต้มใส่เกลือเคี่ยวให้งวด เหลือน้ำครึ่งเดียว อมเช้า-เย็น ช่วยฟันแข็งแรง ไม่ปวดฟัน บางตำรับยาก็บดกิ่งข่อยเป็นผงแล้วไปล่อนในตะแกรงให้ได้ผงละเอียดนำผงมาอมแล้วใช้แปรงฟันด้วย (ควรบดให้ละเอียดถ้าหยาบผงยาจะทำลายเคลือบฟันได้) และข่อยยังเป็นสมุนไพรในตำรับยาอายุวัฒนะ ที่ช่วยบำรุงธาตุ เจริญอาหาร ช่วยทำให้นอนหลับ สูตรตำรับที่รู้จักกันดี 6 ชนิด ได้แก่ ตะโกนา ทิ้งถ่อน พริกไทยดำ หัวแห้วหมู บอระเพ็ด และเมล็ดข่อย

มะตูม (Aegle marmelos (L.) Corr.) ไม้ต้นขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่ไทยน่าจะได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดูที่เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศิวะ ไทยเรารับเอาใบมะตูมเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคล ในพิธีมงคล เช่น ประพรมน้ำมนต์ หรือในพิธีมงคลสมรสพระราชทานทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะทัดหูด้วยใบมะตูมที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งข้าราชการที่กราบถวายบังคมลาไปรับราชการหรือศึกษาต่อต่างประเทศ ก็จะได้รับพระราชทานใบมะตูมเช่นเดียวกัน มะตูมเป็นสมุนไพรเพื่อสุขภาพใกล้ตัวชั้นเยี่ยม ทำเป็นชาชงอุ่น ๆ บำรุงร่างกายให้ร่างกายสดชื่น ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ช่วยบำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยาระบายอ่อน ๆ และถ้านำผลแก่ที่มีรสฝาดหน่อยจะช่วยแก้ท้องผูกและท้องเสียได้ ในเมนูแกงบางชนิดใส่ใบมะตูมลงไปเพื่อแต่งกลิ่นด้วย

มะขามป้อม (Phyllanthus emblica Linn.) เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง สูงได้ถึง 8 -12 เมตร เรามักจะพบเห็นมะขามป้อมตามพื้นที่นอกเมืองกรุง แต่ก็เคยมีการสำรวจวัดในกรุงเทพฯและฝั่งธนบุรี พบมะขามป้อมสมุนไพรยาอายุวัฒนะต้นนี้ เช่น วัดหงส์รัตนาราม วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดนางนองวรวิหาร เป็นต้น สรรพคุณโดดเด่นอยู่ที่ผลมะขามป้อม พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุอาพาธฉันลูกมะขามป้อมได้หลังเพล เพราะถือเป็นสมุนไพรโอสถ ใครที่เคยกินผลสด ๆ จะได้รสเปรี้ยวอมขมเล็กน้อยผสมรสฝาดด้วย แก้ไอ แก้หวัด ละลายเสมหะ ช่วยระบาย ขับปัสสาวะ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้คอแห้ง บำรุงร่างกาย ทำให้สดชื่น แก้กระหายน้ำ กระตุ้นน้ำลาย ถ้าเป็นผลแห้ง เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องเสียด้วย

พูดถึงมะขามป้อมแล้ว ก็ขอควบรวมสมอไทยและสมอพิเภก สมุนไพรในตำรับตรีผลาหรือผลไม้ยา 3 ชนิด สมอไทยและสมอพิเภกเป็นไม้ใหญ่ ที่ไม่นึกว่าจะปลูกในวัดที่กรุงเทพฯและฝั่งธนบุรี แต่พบได้ในบางวัด เช่น สมอไทยพบที่วัดหงส์รัตนาราม วัดโพธิ์นิมิต เป็นต้น ส่วนสมอพิเภก พบที่วัดทองนพคุณ วัดทองธรรมชาติ เป็นต้น

สมอไทย (Terminalia chebula Retz.) มีความพิเศษ ใครที่เคยลิ้มลองผลสดจะสัมผัสได้ถึง 4 รส คือ รสเปรี้ยว ฝาด หวาน ขม และเหมือนจะมีรสเค็มแทรกด้วย รสเปรี้ยว มีส่วนช่วยในการระบาย (รู้เปิด) ช่วยระบายท้อง ขับถ่ายคล่อง ตัวช่วยขับเมือกมันในลำไส้ รสฝาด ให้ผลในทางกลับกัน ช่วยระงับการขับถ่าย (รู้ปิด) จึงช่วยแก้ท้องเสีย รสหวาน บำรุงเนื้อ บำรุงกำลัง รสขม แก้ไข้ ช่วยเจริญอาหาร รสเค็ม แก้ประดงน้ำเหลืองเสีย และช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

สมอพิเภก (Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb.) ไม้ต้นใหญ่เช่นกัน สรรพคุณคล้ายสมอไทย ผลแก่ช่วยแก้ท้องเสีย นำมา 2-3 ผล ต้มกับน้ำ 2 แก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย เคี่ยวจนเหลือ 1 แก้ว ใช้ดื่ม แต่ถ้าท้องผูกต้องการระบาย ใช้ผลโตแต่ยังไม่แก่ 2-3 ผล ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย ต้มพอเดือด ดื่มครั้งเดียวให้หมด ถ้าขับปัสสาวะ ใช้เปลือกต้น ต้มกินน้ำ

อีก 2 ต้นส่งท้ายที่หลายท่านนึกไม่ถึงว่าปลูกในวัด คือ สมอดีงู (Terminalia citrina (Gaertn.) Roxb.) สมุนไพรตระกูลสมอ ผล มีรสฝาด เป็นยาแก้โลหิตเป็นพิษ แก้อาการไอ แก้เจ็บคอ แก้ไข้ แก้ลม รักษาโรคท้องร่วงอย่างแรง และจบท้ายครบ 9 ต้นด้วยไม้หอมบุนนาค (Mesua ferrea L.) ไม้ต้นขนาดกลาง ให้ดอกกลิ่นหอมเย็น สรรพคุณบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ แก้วิงเวียน หน้ามืด ใจสั่น แก้ร้อนในกระสับกระส่าย แก้ไข้ แก้กระหายน้ำ และอยู่ในตำรับเกสรทั้ง 5 เช่นพิกุล

แนะนำสมุนไพรในวัดได้บ้างต้น แต่หวังว่าไหว้พระทำบุญแล้วเดินเล่นรอบวัดเรียนรู้พืชพรรณไม้ต่าง ๆ และขอชวนวัดให้มาปลูกสมุนไพรให้มาก ๆ ถ้าฝึกเณรน้อยหรือพระหนุ่มทำหน้าที่ไกด์ชมวัดแบบธรรมะแทรกสมุนไพรน่าจะดี โลกกำลังต้องการป่า ถ้าวัดมีต้นไม้มาก ๆ “อาบป่าที่วัด” ก็ดีนะ.

https://www.thefest.com/Images/acetoto888/ https://www.thefest.com/Images/acegaming888/ https://www.thefest.com/Images/plazaslot/
slot thailand