แว่นแก้ว ไม่ใช่บัวบก

มีความเข้าใจผิดกันอย่างกว้างขวาง แม้แต่เอกสารข้อมูลเผยแพร่จากหน่วยงานหลายแห่งที่กล่าวถึงสรรพคุณบัวบก แต่ภาพประกอบกลับใช้ภาพต้นแว่นแก้ว ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าพืช 2 ชนิดนี้เป็นพืชชนิดเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่พืชเดียวกันและยังมีลักษณะแตกต่างกัน

บัวบก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica (L.) Urb. เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ผักชี (Apiaceae) ส่วนแว่นแก้ว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hydrocotyle umbellata L. เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เล็บครุฑ (Araliaceae)

บัวบกเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดและกระจายอยู่ในอาฟริกา เอเชียและออสเตรเลีย จัดได้ว่าเป็นไม้ท้องถิ่นของไทยชนิดหนึ่งด้วย ซึ่งพบเห็นหรือกระจายอยู่ในทุกภาคของประเทศไทย แต่แว่นแก้วเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา จากฐานข้อมูลของสวนพฤกษศาสตร์หลวง เมืองคิว ประเทศอังกฤษ กล่าวว่าเป็นพืชที่มีการนำเข้าไปปลูกในอเมริกากลาง นิวซีแลนด์ตอนเหนือและประเทศไทยด้วย ประมาณการได้ว่ามีผู้นำเข้ามาปลูกในไทยกว่า 40 ปีมาแล้ว

บัวบก เป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนานและผสมกลมกลืนในวิถีชีวิตคนไทยที่นำมาใช้ปรุงอาหารและยาสมุนไพร เช่น การนำมาต้มดื่มในครัวเรือน และร้านขายน้ำบัวบกอย่างแพร่หลาย ดื่มเพื่อแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และประสบการณ์สืบต่อกันมายาวนานว่าช่วยแก้ช้ำใน หรือสรรพคุณในการลดการอักเสบภายใน ใบบัวบกยังช่วยรักษาแผลให้หายได้เร็วขึ้นและยังช่วยลดอาการอักเสบของแผลได้ดี ไม่ว่าจะเป็นแผลไฟไหม้ หรือแผลฝีหนองหรือแผลสด โดยใช้ใบและต้นสดตำละเอียดคั้นน้ำทานวันละ 3 – 4 ครั้ง หรือใช้กากพอกบริเวณแผลด้วย ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ที่มาจากบัวบกช่วยลดอาการเสบผิวหนัง แก้สิว รวมถึงมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้สารสกัดจากบัวบกด้วย ในการศึกษาใหม่ ๆพบว่า บัวบกมีสาระสำคัญ เช่น กรดมาเดคาสสิก กรดอะเซียติก และสารอะเซียติโคไซด์

ในประเทศศรีลังกามีการนำใบบัวบกใส่ในข้าวต้ม โดยต้มข้าวกับน้ำซุปผักจนสุกนุ่ม ใส่กะทิ ปรุงรสด้วยเกลือ ยกลงแล้วจึงใส่ใบบัวบก กินเป็นอาหารสุขภาพ ในไทยกินใบบัวบกเป็นผักแนม กินกับผัดไทยอาหารยอดนิยมได้รสชาติเข้ากันดี ผัดหมี่ หมี่กะทิ ขนมจีน ลาบ ทำยำใบบัวบก ทางภาคใต้ใส่ใบบัวบกในแกงพริกหมู และอื่นๆ

ในประเทศอินเดีย ยกย่องให้บัวบกเป็นสมุนไพรฟื้นฟูที่เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและความจำ นอกจากนี้ยังผลิตเป็นยาในรูปครีมผงโรยแผล ยาเม็ดรับประทาน เพื่อใช้รักษาแผลสดและแผลผ่าตัด ปัจจุบันใบบัวบกเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ได้รับการยอมรับและมีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายทั้งในประเทศแถบตะวันออกและตะวันตกด้วย การวิจัยเกี่ยวกับบัวบกได้เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกซึ่งสาระสำคัญ เช่น สารไตรเทอร์พีนอยด์และซาโปนิน ที่เป็นส่วนประกอบหลักของใบบัวบกนั้น เป็นสารสำคัญที่ทำให้ใบบัวบกมีสรรพคุณทางยาได้อย่างหลากหลาย นอกจากใช้รักษาบาดแผลแล้ว บัวบกยังนำมาใช้กับโรคผิวหนังอื่น ๆ เช่น โรคเรื้อน โรคลูปัส (Lupus) (หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)) แผลเปื่อยจากเส้นเลือดขอด โรคผิวหนังอักเสบ โรคสะเก็ดเงิน ท้องเสีย มีไข้ ประจำเดือนขาด โรคของระบบสืบพันธุ์สตรี และยังช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ และบัวบกนับเป็นสมุนไพรช่วยต้านอนุมูลอิสระด้วย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของบัวบกต่างจากแว่นแก้ว บัวบกเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี เลื้อยแผ่ไปตามพื้นดิน ชอบที่ชื้นแฉะแตกรากฝอยตามข้อ เป็นพืชใบเดี่ยว มีก้านใบยาว ชูใบคล้ายกางร่ม ใบมีลักษณะกลม ขอบใบหยัก ผิวเรียบ ด้านล่างใบมีขนสั้นบางๆ ดอกออกเป็นช่อ ออกข้อละ 2-3 ช่อ แต่ละช่อมีดอก 3-4 ดอก แต่ละดอกมี 5 กลีบ

แว่นแก้ว หรือ บัวแก้ว หรือ ผักหนอกใหญ่ (Water Pennywort ชื่อวิทยาศาสตร์: Hydrocotyle umbellata L. เป็นไม้น้ำมีอายุหลายฤดู ลำต้นเป็นไหลทอดยาวตามพื้นดิน มีข้อปล้อง มีรากและใบงอกตามข้อทุกส่วน มีกลิ่นหอม ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะและริมน้ำ พบมากในภาคเหนือ และภาคกลาง ใบเป็นใบเดี่ยว แตกออกสลับข้อละ 1–2 ใบ ก้านใบอวบ ใบรูปเกือบกลม แผ่นใบหนากว่าใบบัวบกและมีสีเขียวเข้มกว่าบัวบก ขอบใบหยักโค้งกว้าง ดอกเป็นดอกช่อแบบอัมเบล (Umbel) (ช่อดอกที่มีก้านดอกย่อย (pedicel) จำนวนมากแตกออกมาจากจุดเดียวกันบนแกนกลาง (peduncle) คล้ายกับซี่ของร่มหรือร่มกาง)เกิดที่ซอกใบมีก้านช่อดอกยาว ดอกมีขนาดเล็ก มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ ผลเมื่อแห้งแล้วแตกออกเป็น 2 ซีก เมล็ดมีขนาดเล็ก ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด และแยกต้นอ่อน ในประเทศไทยใช้เป็นพืชอาหาร เป็นผักจิ้มเครื่องหลน หรือเครื่องเคียง คั้นน้ำเป็นน้ำดื่ม เป็นไม้ประดับในอ่างปลา จากข้อมูลบางเวปไซด์ของประเทศไทยกล่าวว่าแว่นแก้วมีคุณสมบัติทางด้านสมุนไพร ดังนี้ ทั้งต้นใช้แก้ตาแดง ขับปัสสาวะ ช้ำใน บวม พิษไข้ ท้องอืด ท้องเสีย การแพทย์พื้นบ้านของบราซิลใช้แว่นแก้วเป็นยาลดความวิตกกังวล ซึ่งมีงานวิจัยสนับสนุนว่าสามารถลดความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 2024 ได้มีงานวิจัยเปรียบเทียบระหว่างบัวบกและแว่นแก้วพบว่ามีสารสำคัญคล้ายกัน แต่ปริมาณสารสำคัญในบัวบกสูงกว่าแว่นแก้ว และแว่นแก้วมีความเป็นพิษสูงกว่าบัวบก จึงมีข้อควรระวังหรือคำเตือนใจให้เรียนรู้ว่า แว่นแก้วไม่ใช่บัวบก ใครที่นำแว่นแก้วมาใช้หรือบริโภคในปริมาณมากอาจมีอันตรายได้ มีหลายท่านแพ้แว่นแก้ว เมื่อกินใบและต้นทำให้เวียนศีรษะ ท้องร่วง ถ่ายเป็นเลือด ใจสั่น แขนขากระตุกและเกร็ง

บัวบกเป็นสมุนไพรและอาหารพื้นบ้านของไทย ใช้ให้ถูกต้น ถูกวิธี ปลอดภัย ได้สรรพคุณแน่นอน.

https://www.thefest.com/Images/acetoto888/ https://www.thefest.com/Images/acegaming888/ https://www.thefest.com/Images/plazaslot/
slot thailand